5 จุดเช็กพอยท์ ตรวจรับงานก่อผนังอิฐมอญให้เป๊ะ ดิ่งตรงสวย ไม่เสี่ยงรอยร้าวระแหง

คู่มือตรวจรับงานก่อผนังอิฐมอญสำหรับโฟร์แมนและเจ้าของบ้าน วิศวกรกำลังใช้ระดับน้ำเช็กแนวระนาบดิ่งของผนังอิฐมอญหินเผาก้อนใหญ่พิเศษ 3 รู I-CONS ทั่วหน้าไซต์งานจริง

ฝ่ายควบคุมสถาปัตยกรรมหน้างาน ร่วมกับ โรงงานอิฐมอญก้อนใหญ่ I-CONS ราชบุรี

ในขั้นตอนการตรวจรับงานสถาปัตยกรรม แผงผนังอาคารที่สวยสมบูรณ์แบบได้ระนาบดิ่งเป๊ะ ถือเป็นปราการด่านสำคัญที่จะช่วยให้งานฉาบปูนแต่งผิวในสเต็ปถัดไปทำความเร็วได้ง่าย ประหยัดเนื้อปูน และหมดปัญหาเรื่องรอยร้าวแตกระแหงในระยะยาว วันนี้ฝ่ายเทคนิคโรงงาน I-CONS ได้รวบรวม "5 จุดเช็กพอยท์สำคัญ" ที่โฟร์แมน วิศวกรผู้ควบคุมงาน และเจ้าของบ้านทุกท่านสามารถนำไปกางแผงส่องตรวจรับงานช่างก่อผนังอิฐมอญหน้างานจริงได้อย่างมืออาชีพครับ

จุดที่ 1: การเช็กแนวระนาบดิ่งและขึงเส้นเอ็น (Vertical Alignment)

กฎเหล็กข้อแรกก่อนช่างเริ่มวางก้อนอิฐก้อนแรก โฟร์แมนต้องคุมให้มีการจัดระเบียบดีดเต้าขีดแนวเส้นบนพื้นคอนกรีต และขึงเส้นเอ็นแนวตั้ง-แนวนอนทุกระยะความสูง 50 ซม. อย่างเคร่งครัด วิธีการตรวจรับงานให้ใช้ลูกดิ่งวิศวกรรมหรือไม้ระดับน้ำทาบตรวจเช็กตามระนาบแนวตั้ง หากแผงผนังเกิดการเอียงล้มดิ่งเกินกว่า 2-3 มิลลิเมตร ต่อความสูงผนัง 2 เมตร ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ต้องสั่งให้ช่างรื้อแก้และปรับแนวก่อใหม่ทันทีเพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อปูนฉาบแก้ผิวหน้าหนาเกินไปในอนาคตครับ

จุดที่ 2: ความหนาของแนวปูนก่อและการเคาะสกัดก้อนอิฐ (Mortar Joint)

ระยะความหนาคงที่ของเนื้อปูนก่อระหว่างก้อนอิฐ ถือเป็นจุดรับน้ำหนักและกระจายแรงกดทับอย่างสม่ำเสมอ ระยะปูนก่อที่ถูกต้องตามระเบียบวิศวกรรมควรหนาอยู่ระหว่าง 1.0 - 1.5 ซม. เท่านั้นครับ [1.21] หากแนวปูนบางเกินไปจะทำให้เนื้ออิฐชนกันจนยึดเกาะไม่แน่น หรือหากแนวปูนหนาหนาแน่นเกินไปปูนจะหดตัวสูงจนเกิดรอยร้าวระแหงตามแนวปูนได้ง่าย การเลือกใช้อิฐมอญหินเผาก้อนใหญ่ I-CONS ที่หน้าผิวตรงสวยมาตรฐานไม่โก่งงอ จะช่วยให้ช่างควบคุมแนวความหนาปูนก่อจุดนี้ได้เนียนตาและประหยัดปูนก่อได้ง่ายกว่าอิฐดินเผาทั่วไปมากครับ

จุดที่ 3: สัดส่วนการสลับแนวรอยต่อปูนก่อ (Bond Pattern)

จุดสังเกตรอยต่อระหว่างแนวตั้งของก้อนอิฐแถวบนและแถวล่าง ห้ามเรียงตรงเป็นเส้นเดียวกันเด็ดขาด (ห้ามเกิดรอยต่อชนกัน) ช่างผู้คุมงานต้องจัดแถวให้ก่อสลับแนวครึ่งก้อนต่อครึ่งก้อนอย่างเป็นระเบียบ เพื่อทำหน้าที่ล็อกกระจายแรงกดทับของผนัง หากช่างก่อแนวรอยต่อตรงติดต่อกันเกินกว่า 2 แถว โครงสร้างผนังจุดนั้นจะเปราะร้าวแยกออกจากกันได้ง่ายมากเวลามีแรงกระแทกหรือเจาะแขวนของหนักครับ

จุดที่ 4: โครงสร้างเสาเอ็นและคานทับหลังคอนกรีต (Lintel & stiffener)

กฎเหล็กโครงสร้างวิศวกรรมที่โฟร์แมนต้องเดินตรวจนับระยะอย่างเคร่งครัดคือ แผงผนังที่ก่อสูงเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ความกว้างแผงรวมเกินกว่า 4-6 ตารางเมตร จะต้องมีการหล่อเสาเอ็นและคานทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อล็อกโครงสร้างเสมอ รวมถึงบริเวณขอบมุมช่องหน้าต่างและมุมวงกบประตูทุกลำดับช่อง เพื่อทำหน้าที่กระจายแรงบีบอัดและรับแรงสั่นสะเทือนจากการเปิด-ปิดประตู ป้องกันแผงผนังทรุดตัวหรือเกิดรอยแตกร้าวร้าวแยกย่อยเฉียงลามตามมุมห้องครับ

จุดที่ 5: การเคาะตรวจสอบความแน่นหนาของเนื้อปูนและการพรมน้ำก่อนก่อ

จุดสุดท้ายคือการเดินใช้นิ้วหรือค้อนเคาะตรวจสอบเสียงความหนาแน่นของเนื้อปูนก่อ ปูนก่อที่ดีต้องถูกปาดเติมเต็มร่องรูอากาศระหว่างก้อนอิฐจนหนาแน่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แตกต่างจากช่างสายประหยัดเวลาที่ชอบหยอดเฉพาะหัวท้ายก้อนจนเนื้อในกลวง และจุดสำคัญคืออิฐมอญทั่วไปเนื้อจะฟูต้องแช่น้ำจนชุ่มโชกเพื่อป้องกันอิฐแย่งน้ำจากปูน แต่อิฐมอญหินเผา I-CONS เนื้อหินแน่นหนาดูดซึมน้ำต่ำมาก ช่างชื่นชอบมากเพียงแค่ใช้สายยางฉีดพรมน้ำจาง ๆ ผิวพอหมาดก็สามารถเปิดฉากก่อแนวได้ยาว ๆ ช่วยเซฟขั้นตอนการตรวจงานผ่านเกณฑ์ผ่านด่านวิศวกรได้รวดเร็วขึ้นเท่าตัวครับ

ขอใบเสนอราคาราคาตรงจากโรงงานราชบุรีเพื่อถอดสเปกแบบโครงการ

สถาปนิก วิศวกรผู้ควบคุมงาน หรือฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างโครงการหลวงและเอกชนรายใหญ่ ทักไลน์ส่งข้อมูลพิกัดหน้างานเพื่อประเมินงบประมาณราคาพร้อมเรตรถเครนจัดส่งยกลงด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

Visitors: 1,439,650